เครื่องมือตรึงกระดูกภายนอก
เครื่องมือตรึงกระดูกภายนอกถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในศัลยกรรมกระดูกและข้อ ซึ่งช่วยให้ศัลยแพทย์มีเครื่องมือที่หลากหลายในการตรึงและรักษาภาวะกระดูกหักหรือผิดรูปที่ซับซ้อน เครื่องมือการแพทย์ขั้นสูงเหล่านี้ประกอบด้วยหมุด ลวด แคลมป์ แท่ง และชิ้นส่วนเชื่อมต่อต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงภายนอกร่างกาย ขณะเดียวกันก็รักษาแนวกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งที่แม่นยำระหว่างกระบวนการสมานแผล หน้าที่หลักของเครื่องมือตรึงกระดูกภายนอก ได้แก่ การตรึงกระดูกหักแบบชั่วคราวหรือถาวร การปรับแก้ภาวะผิดรูปของกระดูกอย่างค่อยเป็นค่อยไป การยืดความยาวของแขนขา และการจัดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนที่เกิดร่วมกับเหตุการณ์บาดเจ็บรุนแรง จากด้านเทคโนโลยี เครื่องมือตรึงกระดูกภายนอกสมัยใหม่ใช้วัสดุที่โปร่งต่อรังสีเอ็กซ์ เพื่อให้สามารถมองเห็นโครงสร้างกระดูกได้ชัดเจนผ่านภาพถ่ายรังสี รวมทั้งมีชิ้นส่วนแบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และมีการออกแบบตามหลักชีวกลศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อเร่งกระบวนการสมานแผลและลดความไม่สบายของผู้ป่วยให้น้อยที่สุด เครื่องมือเหล่านี้ผลิตจากสแตนเลสหรือโลหะผสมไทเทเนียม ซึ่งให้ความแข็งแรงสูงสุดและความเข้ากันได้ทางชีวภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมทั้งมีข้อต่อที่ออกแบบด้วยความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถปรับตำแหน่งได้ในหลายระนาบโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้าง ขอบเขตการใช้งานครอบคลุมทั้งการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดเสริมสร้างที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ศัลยกรรมกระดูกและข้อสำหรับเด็ก การผ่าตัดรักษาแขนขาไว้ (limb salvage) และการผ่าตัดแก้ไขที่ซับซ้อน เครื่องมือตรึงกระดูกภายนอกมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในกรณีกระดูกหักแบบเปิด (open fractures) ซึ่งการตรึงภายในอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บหลายระบบ (polytrauma) ซึ่งจำเป็นต้องใช้แนวทางการรักษาแบบควบคุมความเสียหาย (damage control orthopedics) รวมทั้งกรณีที่มีการสูญเสียกระดูกหรือกระดูกแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บของวงแหวนเชิงกราน (pelvic ring injuries) กระดูกหักบริเวณใกล้ข้อ (periarticular fractures) ภาวะกระดูกไม่สมาน (nonunions) ที่ติดเชื้อ และความผิดรูปของแขนขาแต่กำเนิด ทำให้เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการปฏิบัติงานด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อสมัยใหม่ ทั้งในสถานการณ์ทางคลินิกที่หลากหลายและในประชากรผู้ป่วยทั่วโลก